Chobits

posted on 12 May 2008 23:51 by variola  in Dream

Chobits
CLAMP
สนพ.วิบูลย์กิจ 8 เล่มจบ

.....

The Only One For Just Only Me

.....

"ฉันในวันนี้ก็ยังตามหา คนของฉันคนเดียวเท่านั้น
คนที่รักฉันที่เป็นฉัน
คนที่ถึงฉันจะทำให้เป็นตามฝันไม่ได้ก็ยังรักฉัน"

.....

ในเมืองนั้นไม่มีใครอยู่เลย

มีบ้าน แล้วก็เห็นแสงไฟลอดออกมาจากหน้าต่าง

แต่บนถนนไม่มีคนเลย

แอบดูทางหน้าต่างก็เจอคน แต่อยู่กับสิ่งนั้น

ดูบ้านอื่นด้วย ก็อยู่กับสิ่งนั้นเหมือนกัน

เมืองนี้ก็เหมือนกับที่อื่น

เพราะอยู่กับสิ่งนั้นสนุก สนุกกว่าอยู่กับคน

ทุกคนเลยไม่ออกนอกบ้าน

ในเมืองนี้ไม่มีใคร

เราออกเดินทางไปดูที่เมืองอื่น ใครมาเจอเราก็จะดี

ใครที่เป็น คนของเราคนเดียวเท่านั้น

ถ้าคนของเรารักเราคนเดียวเท่านั้น

นั่นจะเป็นเวลาที่เราต้องพรากจาก คนของเราเท่านั้น

แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อยากเจอ คนของเราเท่านั้น

เพราะคิดแบบนั้นเราจึงเดินทางไปยังเมืองที่ไม่มีใครเรื่อยๆแม้แต่วันนี้

.....

ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

เราได้เห็นความฝันมากมายในอดีต กลายเป็นความจริงในปัจจุบัน

กาลเวลาและปัญญาของมนุษย์ได้พิสูจน์ให้เห็นจริงหลายต่อหลายครั้งแล้วว่า

สิ่งที่เราได้แต่ฝันในวันนี้ สามารถกลายเป็ความจริงได้ในอนาคต

.....

ในอนาคต ยุคที่เทคโนโลยีล้ำสมัยก้าวไกล

คอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาให้มีรูปร่างเหมือนมนุษย์

และยังมีโปรแกรมสร้างอารมณ์ความรู้สึกเลียนแบบมนุษย์อีกด้วย

เมื่อเส้นแบ่งระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตบางลงเรื่อยๆ

แล้วเราจะใช้อะไรมาเป็นเครื่องตัดสิน ?

....

"โมโตสุวา ฮิเดกิ" ชายหนุ่มสุดแสนจะธรรมดา อายุ 19 ปี

เนื่องจากสอบเอนทรานซ์ไม่ติด
จึงย้ายมาเรียนกวดวิชาพร้อมกับทำงานพาร์ทไทม์ที่โตเกียว

เขาก็เหมือนชายหนุ่มคนอื่นทั่วไปที่อยากได้
คอมพิวเตอร์สาวสวยน่ารักซักเครื่อง มาปรนนิบัติพัดวี เล่นอินเทอร์เนต ดูเว็บโป๊

และแล้ววันหนึ่ง เขาก็พบคอมพิวเตอร์สาวน้อยน่ารัก หุ่นเชพบ๊ะ
ถูกทิ้งไว้ในกองของขยะ

แต่เจ้ากรรมที่เธอดันมีแต่เครื่องเปล่าๆ ไม่มีซอฟต์แวร์ติดตัวมาด้วย

อย่างน้อยเธอก็ยังมีความสามารถที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง

ฮิเดกิตั้งชื่อเธอว่า "ชี" (Chi) เพราะตอนที่เปิดเครื่องมาใหม่ๆ
เธอพูดได้แต่คำนี้

ชินโบ เพื่อนสนิทของฮิเดกิพยายามจะตรวจสอบที่มาที่ไปของเธอ
แต่ก็ล้มเหลวไม่เป็นท่า แถมโน้ตบุคของตัวเองยังเจ๊งตามไปอีก

ชินโบจึงแนะนำให้ฮิเดกิพาเธอไปปรึกษา มิโนรุ
เซียนคอมพิวเตอร์ นักเรียนชั้น ม.1

หลังจากคอมพิวเตอร์ของมิโนรุเดี้ยงระเนระนาดไปหลายเครื่อง
ก็ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติม

มีเพียงความสงสัยของเด็กชาย
ที่คาดว่า ชี อาจจะเป็น "Chobits" คอมพิวเตอร์ในตำนาน
ที่ทำงานได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องใช้โปรแกรม

....

การ์ตูนเรื่องนี้เป็นช่วงที่ CLAMP เริ่มเปลี่ยนลายเส้น

และเบนเข็มเนื้อเรื่องมาทางการ์ตูนเด็กผู้ชาย

ความโดดเด่นของลายเส้นการ์ตูนเรื่องนี้คือ

มันเป็นภาพ "ขาว-ดำ"......

คือ... มีส่วนที่เป็นสีเทาน้อย

ใช้การวาดเส้น ถมดำ เยอะ ติดสกรีนโทนน้อย

และปล่อย background ให้ขาวโล่งอยู่หลายช่อง

แต่ anatomy สัดส่วนร่างกายตัวละครยังไม่เพี้ยนเหมือนยุคปัจจุบัน

.....

เปิดเรื่องมาด้วยการสร้างภาพให้เหมือนพล็อตเรื่องสุดฮิตของการ์ตูนเด็กผู้ชายขายฝันที่พบได้ดาษดื่น

แต่ CLAMP ก็ทำแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แกล้งทำให้คนอ่านคิดว่ากำลังวาดการ์ตูนเกาะกระแสหลักของตลาด

หลายเรื่องที่ผ่านมาก็มีทั้ง หุ่นรบประกอบร่าง นักรบแปลงร่าง
นักสืบ สาวน้อยเวทมนตร์...

ดูผ่านๆเหมือนเป็นแค่การเกาะกระแสความนิยม
แต่ตอนจบกลับทรยศคนอ่าน หักมุมแบบตั้งตัวไม่ติด พลิกล็อกกันมโหฬาร

....

เรื่องนี้ตอนแรกก็ดูเหมือนจะเป็น Love Comedy
หนุ่มหน้าตาบ้านๆ คนนึงบังเอิญโชคดี
ได้สาวสวยหุ่น sexy แต่นิสัยเอ๋อ มาปรนนิบัติรับใช้
แทรกมุกลามกสัปดน
แจก Fan Service วับๆแวมๆไปเรื่อย

อ่านๆไป จะพบว่ามันแฝงปรัชญาความรักระดับลึกซึ้ง
สะท้อนปัญหาสังคมเมือง

ยิ่งเทคโนโลยีทันสมัยมากขึ้น
คนก็อยู่กับคนน้อยลง หันไปใช้ชีวิตกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น
คนถูกครอบงำด้วยสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้นมา

ในเรื่องเราจะเห็นคนเดินกับคอมพิวเตอร์ทั่วไปตามท้องถนน
ผู้ชายเดินคู่กับคอมพิวเตอร์สาวสวย
ผู้หญิงเดินควงคอมพิวเตอร์หนุ่มหล่อ

ไม่มีใครเดินกับคนด้วยกันเลย

.....

มิโนรุ ได้เตือน ฮิเดกิ ตอนที่พบกับ ชี ครั้งแรกว่า

"ถ้าเด็กคนนี้พูดได้ จำเรื่องต่างๆได้
ถึงจะเป็นเด็กดีขนาดไหน น่ารักขนาดไหน
อย่ารักจะดีกว่านะ
ถ้าไม่อยากเสียใจภายหลังละก็"

.....

เนื้อเรื่องขมวดปมซับซ้อนขึ้น
และทิ้งเงื่อนงำปริศนาเบี้ยบ้ายรายทางไว้ตลอดเรื่อง
ก่อนจะมาเฉลยทั้งหมดรวดเดียว ให้คนอ่านสับสนเอาตอนเล่มสุดท้าย
จนกระทั่งคลี่คลายสู่ตอนจบ
ที่ไม่รู้จะเรียกว่า Happy Ending หรือ Sad Ending ดี

และได้ทิ้งคำถามไว้คาใจคนอ่านซึ่งเป็นมนุษย์อย่างพวกเราว่า

"ความรักคืออะไร"

"ถ้าคอมพิวเตอร์ถูกพัฒนาโปรแกรมให้มีอารมณ์ มีความรู้สึก
มีความรักได้เหมือนมนุษย์
...คอมพิวเตอร์มีสิทธิ์ที่จะได้รับความรักจากมนุษย์
เท่าเทียมกับที่มนุษย์ควรจะได้หรือไม่"

"สิ่งที่ไม่มีชีวิต มี ความรัก หรือ ความสุข ได้หรือไม่"

"ถ้าความรักและความสุขของมนุษย์เป็นปฏิกิริยาของสารเคมีในสมอง
แล้วมันจะต่างกับโปรแกรมของคอมพิวเตอร์ตรงไหน"
......

CLAMP แต่งการ์ตูนเรื่องนี้สมัยที่ยังใช้ Windows98
และได้อธิบายเหตุผลที่ใช้คำว่า "คอมพิวเตอร์"
แทนคำว่า "หุ่นยนต์" ว่า....

เพราะไม่อยากให้ตัวละครถูกยึดติดกับ
กฎ 3 ข้อของหุ่นยนต์
ที่เขียนโดย ไอแซค อาซิมอฟ (Isaac Asimov) เจ้าพ่อนิยาย Sci-Fi
เจ้าของผลงานเรื่อง I, Robot
และนิยายเกี่ยวกับหุ่นยนต์ในโลกอนาคตอีกมากมาย

กฏ 3 ข้อ นั้นคือ
1. หุ่นยนต์ห้ามทำร้ายมนุษย์ หรือทำให้มนุษย์ตกอยู่ในอันตราย
2. หุ่นยนต์ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของมนุษย์ ยกเว้นคำสั่งนั้นจะขัดต่อกฎข้อที่ 1
3. หุ่นยนต์ต้องปกป้องตัวเอง ตราบใดที่ไม่ขัดต่อกฎข้อที่ 1 และ 2

จากกฏสามข้อนี้ หุ่นยนต์ก็เป็นเหมือนทาสของมนุษย์นั่นเอง

ในปัจจุบันนี้ มันอาจจะดูงี่เง่า
ที่ใครซักคนจะหลงรักไอ้กล่องสี่เหลี่ยมที่วางอยู่ข้างหน้านี่
แต่คนที่หลงอยู่ในโลกของจินตนาการและหลีกลี้หนีหน้าจากมนุษย์ด้วยกันเอง
ก็มีตัวอย่างให้เห็นอยู่มากมาย

ถามจริงๆเหอะ 

ถ้ามีปัญญาซื้อ ใครไม่อยากได้คอมพิวเตอร์แบบที่เห็นในรูปมั่ง

อ่านการ์ตูนเรื่องนี้แล้วทำให้นึกถึง หนังเกี่ยวกับหุ่นยนต์เรื่องอื่นๆ

ขอพูดถึง The Matrix ละกัน

ถึงแม้จะมี idea หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์กับ "ปัญญาประดิษฐ์" เหมือนกัน
แต่สองเรื่องนี้นำเสนอออกมาด้วยภาพลักษณ์และอารมณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

Side Story ของ The Matrix คือ The Animatrix ประกอบด้วยตอนย่อยๆทั้งหมด 9 ตอน
สองในเก้าตอนนั้นคือ The Second Renaissance Part 1 & 2
เปรียบได้กับปฐมบทของไตรภาค The Matrix
ที่อธิบายว่า Matrix เกิดขึ้นมาได้อย่างไร

ถ้ามาดู Animatrix ก่อน The Matrix จะไม่เซอร์ไพรซ์นะจ๊ะ
เหมือนกับ Star War ที่ต้องดูภาค 4 5 6 ก่อน แล้วค่อยมาดู 1 2 3 ถึงจะได้อรรถรส

(ขอแอบกรี๊ดป๋า Keanu Reeves หล่อโฮกกกกกก.....
เท่โคดดดด....... ชอบผู้ชายหล่อๆใส่โค้ทดำยาวค่า............
แต่ที่เอามาให้ดูนี่ ไม่มีป๋านะ)

The Animatrix: The Second Renaissance

Part 1 

Part 2

ความเกียจคร้านและความฉลาดของมนุษย์ ทำให้มนุษย์สร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาเป็นทาสรับใช้
เหล่าเครื่องจักรทำงานรับใช้มนุษย์ด้วยความซื่อสัตย์โดยไม่เคยเหน็ดเหนื่อย
จนกระทั่งเกิดคดีหุ่นยนต์ฆ่ามนุษย์เพื่อปกป้องตัวเองจากเจ้าของที่เข้ามาทำร้ายมัน
มันถูกจับไปขึ้นศาล
และให้เหตุผลของการกระทำนั้นว่า.... เพราะมันไม่อยากตาย

เมื่อมนุษย์ตระหนักถึงความผิดพลาดของวิทยาการ
และดำเนินการกวาดล้างหุ่นยนต์ทิ้งเพราะเริ่มเห็นอันตรายจากสิ่งที่ตัวเองสร้าง
เหล่าผลิตผลของมนุษย์พากัน "หนีตาย" ไปประกาศอิสรภาพ
ก่อตั้งดินแดนแห่งพันธสัญญาของตนเองนามว่า "01" กลางทะเลทรายรกร้าง
ที่ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร
และการเข้าสู่ยุค Renaissance ครั้งที่สองของโลก
(ยุคเรเนอซองค์ = ยุคเจริญรุ่งเรืองของวิทยาการ วิทยาศาสตร์เข้ามามีอำนาจเหนือศาสนา)


ความเห็นส่วนตัว....... 

"ถ้าไม่คิดจะเห็นมันเป็นคน

ก็อย่าสร้างให้มันเหมือนคน"

...............

อยากจะเขียน comment เรื่อง Tsubasa: RESERVoir CHRoNiCLE
กับ XXXHolic เหมือนกันนะ

แต่มันยาวมาก
แล้วก็ เนื้อเรื่องช่วงหลังกับช่วงแรก ยังกะไม่ใช่การ์ตูนเรื่องเดียวกัน

edit @ 13 May 2008 00:11:14 by >>VaRioLa

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โฮ๋ว โชบิทส์ อ่านไม่รู้เรื่องเลยค่ะ
มาอ่านแล้วพอจะเข้าใจมากขึ้น
โฮลิค กะ สึบาสะ ตอนแรกๆกะตอนหลังๆนี่เหมือนคนละเรื่องกันจิงๆเลยค่ะ
พลิกเรื่องไปเลย - -"

#1 By ~Resha-Valentine~ on 2008-05-13 00:18

ละเอียดมาก ๆ เลยฮะ สุดยอดดดดดด~

โชบิทส์ เป็นการ์ตูนของ CLAMP อีกเรื่องที่ชอบมากเลย
แบบว่า...ชอบชุดแต่ละชุดในเรื่องนี้สุด ๆ

ไม่ว่าเนื้อเรื่องจะหักมุมแค่ไหนก็ขอเทิดทูนบูชาป้า ๆ ต่อไป

#2 By P-chan on 2008-05-13 09:17

ผมก็ชอบเหมือนกันครับเรื่องนี้ ชีจังจะน่ารักไปไหน เสียดายหาแบบ DVD เก็บไม่ได้ ไม่มีบริษัทไหนในไทยเอาเข้าเลย ถ้าเอาเข้ามา รอเก็บชุดพิเศษเลยทีเดียวเชียว
ของCLAMP เค้าดีจริงๆ ผมชอบเกือบทุกเรื่องเลยครับ

#3 By Ongsama on 2008-05-13 18:31

เป็นแฟนผลงานของ Clamp มาหลายปีดีดัก ส่วนใหญ่ก็จะตามอ่านมาตลอดเหมือนกัน^^....เห็นด้วยอย่างรุนแรงว่า "การเปิดฉาก ล่อคนอ่านด้วยพลอตธรรมดาดาษดื่น แล้วค่อยปิดท้ายด้วยการหักมุม กระชากอารมณ์อย่างร้ายกาจ" ดูจะเป็นเทคนิคหลัก ที่ป้าๆทั้งหลาย นิยมเอามาใช้กัน

ผลงานทั้งหลายแหล่นี่ เห็นจะมีก็แต่ X /TRC กับ Chobits นี่ล่ะมั๊ง ที่เราพอจะชวนเพื่อนๆผู้ชายมาอ่านได้บ้าง...แต่ก็ไม่วายจะโดนบ่นมาว่า ทำไมมัน Y กระชากใจได้ขนาดนี้...หึหึ อ่านเรื่องอื่น แล้วพวกมึงจะหนาวกว่านี้ sad smile

โชว์บิทนี่ จำได้ว่าดังมากๆตอนเราอยู่ม.5-6ได้มั๊ง? เพราะ NED กระหน่ำออกมาครบ 8 เล่มในเวลาไม่ถึงปี...คนอ่านทั้งชายและหญิงก็ชอบกันมากๆ..ชื่อกลุ่ม Clamp มาดังสุดๆในหมู่ผู้ชายบ้านเราอีกที ก็คงเป็นตอนนี้นี่ล่ะ?

ข้ามประเด็นลายเส้นงามๆ และฉากอันวิจิตรไป....มาว่ากันที่ฉากจบละกัน
***Spoil***

ส่วนตัวเราเห็นว่า พลอตเรื่องวางมาดีมากๆ ตั้งโจทย์ทั้งเรื่อง"สิทธิ์ที่จะมีความรัก" ของสิ่งที่ไม่มีหัวใจ แล้วก็เรื่อง "นิยามของคำว่ารัก" สำหรับคนที่มีหัวใจ ได้อย่างถึงกึ๋นมากๆ ตัวละครมากมาย ผลัดกันมาตอบโจทย์ทั้งสองข้อนี้ ก่อนจะได้ข้อสรุปของตัวเองกลับไป

แต่ประเด็นท้ายสุด...เรื่อง"การตอบรับ และมอบความรักให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะเป็นใครก็ตาม" นี่เอง...ที่เราอยากปรบมือให้ดังๆ กับความกล้าที่จะนำเสนอของป้าๆ...โดนหมัดสุดท้ายไปนี่ เล่นเอาเราจุกเลยทีเดียว...อยู่ด้วยกันได้ รักกันได้ แต่ไม่สามารถเป็นของกันและกัน(??)ได้...พูดง่ายๆก็คือ "No H นะจ๊ะ" นั่นเอง...โหดชิบ...ได้ประเด็นสุดๆ
***End sopil***


สิ่งที่ถูกสร้างมาเพื่อให้ความสุข ก็สามารถที่จะมีความสุขของตัวเองได้เช่นกัน...ประเด็นนี้ เราถูกใจมาตั้งแต่เรื่อง Clover แล้วล่ะ confused smile


ปล.เห็นด้วยว่า สัดส่วนป้าแกหลังๆนี่ ผิดอนาโตมีอย่างร้ายกาจ !! แขนยาวเลยเข่ากันทั้งน๊านนนนนน ดู TRC/XXX/Geass...ขัดใจก็อีตรงเนี๊ย!! sad smile

#4 By Zieghart on 2008-05-28 19:34