Katekyo Hitman Reborn!

posted on 03 Jul 2008 00:00 by variola in Manga-Anime

Katekyo Hitman Reborn

be a man.....
วิถีทางของเด็กชายสู่ลูกผู้ชาย

 

Akira Amano

ลิขสิทธิ์ SIC 

......................

เรื่องย่อ

"วองโกเล่" ตระกูลมาเฟียที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกร
ทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
กำลังประสบปัญหาใหญ่เพราะขาดผู้สืบทอดตำแหน่งบอสคนต่อไป

ด้วยเหตุนี้ ผู้นำตระกูลรุ่นที่ 9 จึงส่งมือขวาของตน
มือสังหารที่เก่งที่สุดในโลก
มาตามหาทายาทสายตรงของรุ่นที่ 1 ในญี่ปุ่น
เพื่อฝึกให้เขาเป็นหัวหน้ามาเฟียผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกให้ได้

และสายเลือดวองโกเล่คนสุดท้ายคนนั้นคือ...
"ซาวาดะ ซึนะโยชิ"
เด็กผู้ชายซึ่งไม่มีดีอะไรเลย ไร้ความสามารถทั้งด้านการเรียนและกีฬา
ชีวิตหมดไปวันๆกับการไปโรงเรียนเพื่อนแอบมองสาวที่หลงรักข้างเดียว
แต่ชีวิตของไอ้เห่ยซึนะกำลังจะเปลี่ยนไป เมื่อเขาได้พบกับ...
ครูสอนพิเศษคนใหม่ในร่างของเด็กน้อย

...............................

 

...........................

comment

(spoil จะถมตัวอักษรขาวไว้นะ) 

เริ่มกันที่... เรารู้จักการ์ตูนเรื่องนี้ได้ยังไง
มันเริ่มจากตอนที่เรื่องนี้เพิ่งออกรวมเล่ม เล่ม 1 มาใหม่ๆ
เราก็ไปคว้าของเพื่อนมาลองอ่านดู

ปรากฏว่า... ไม่ประทับใจจอร์จอย่างรุนแรง
จนไม่สามารถทนอ่านจนจบเล่มได้
"การ์ตูนบ้าอะไรฟะ!!! ไร้สาระสิ้นดี"

เราเป็นคนที่ไม่ชอบการ์ตูนตลก หนังตลก ละครตลก
หรืออะไรก็ตามที่จัดอยู่ในประเภท comedy
เราอ่านคุโรมาตี้หรือกิงทามะแล้วไม่ขำจริงๆนะ
และแน่นอน...
เราไม่ขำกับการ์ตูนเรื่องนี้ (ในตอนนั้น)

หลังจากนั้นเราก็เห็นคน cosplay การ์ตูนเรื่องนี้กัน
เยอะแยะมากมายมหาศาลตามงานคอสทุกงาน
นักคอสแทบทุกกลุ่มแห่กันมาคอสเรื่องนี้
ทำให้น่าสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆว่า
"มันมีอะไรดี?"
"ทำไมสาวๆถึงกรี๊ดเรื่องนี้กันนัก"

"6927 1827 8059 10051 ??? นี่มันโดจินฯ หรือใบ้หวยฟะ !"

จนกระทั่งวันนึงเกิดทนไม่ไหว
ชั้นต้องรู้ให้ได้ว่าการ์ตูนเรื่องนี้มันสนุกตรงไหน
เลยไปหาโหลด scanlation ภาษาอังกฤษมาลองอ่านดู
(กรุณาสนับสนุนของลิขสิทธิ์ด้วย บอกไว้หน่อยเป็นมารยาท)
ยังดีที่รู้มาก่อนว่า มันจะเริ่มสนุกตอนเล่ม 8
เลยมีกำลังใจทนอ่าน 7 เล่มแรกได้

แต่ก็อ่านด้วยอารมณ์แบบว่า... อ่านไปด่าไป
ทนอ่านได้ไม่เกินวันละ 1 เล่ม
"อุบาทว์สิ้นดี ตรูจะบ้าตาย
พระเอกแปลงร่างใส่กางเกงในตัวเดียววิ่งไปวิ่งมาทั้งเรื่อง
แค่นี้ก็กลุ้มมากพออยู่แล้ว"
"อีมุกสิ้นคิดนั่นมันอะไร แถกันหน้าด้านๆงี้เลยเรอะ!"
"รำคาญพระเอกโว้ยยยยย... มันจะขี้ขลาดไปถึงไหน"
"ทำไมชั้นต้องมาทรมานตัวเองแบบนี้ เมื่อไหร่มันจะสนุกซักที"

กว่าจะอ่านจบ 7 เล่มแรก ปาเข้าไปประมาณ 2 สัปดาห์
ยังดีที่ผู้ชายในเรื่องมันหล่อนะ ไม่งั้นคงทนอ่านต่อไม่ได้

แต่พระเจ้าช่วย สวรรค์โปรด พอขึ้นเล่ม 8 ปุ๊บ
ตอนที่ 61 มันเริ่มจริงจังขึ้นมาทันที
หลังจากตอนที่ 62 เป็นต้นมา
บรรยากาศมันเปลี๊ยนไป๋.... ราวกับไม่ใช่การ์ตูนเรื่องเดิม
อยู่ดีๆมันก็เครียด ไอสังหารลอยคลุ้ง
ทุกอย่างเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

จากการ์ตูนตลก กลายเป็น แอคชั่น บู๊สะบั้นหั่นแหลก
จากไอ้เด็กเมื่อวานซืน กลายเป็น หนุ่มเซ็กซี่
จากมุกควาย กลายเป็น ปมสำคัญของเรื่อง
จากปัญญาอ่อน กลายเป็น sci-fi
จากสัตว์กินพืช กลายเป็น 'เคะราชินี

เนื้อหาสาระจริงๆจะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ 62
แต่ไม่แนะนำให้ข้ามมาเริ่มอ่าน ตอนที่ 62 ทันที
เพราะจะไม่รู้เรื่อง
เรื่องนี้ตัวละครเยอะมาก 7 เล่มแรกนั่นเป็นแค่บทนำ
เอาไว้แนะนำตัวละครและปูพื้นฐานเนื้อเรื่องเท่านั้น

แต่ไอ้ที่ดูไร้สาระไปเรื่อย จบไปเป็นตอนๆ
ความจริงแล้วมันมีกุญแจสำคัญของเนื้อเรื่องช่วงหลัง
แอบซ่อนอยู่ไม่น้อย
จนบางที อ่านไปเรื่อยๆ ก็ดันลืมไปว่า
มันเคยพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนแล้วในเล่มแรกๆ
ความบ้าบอคอแตกที่พบใน 7 เล่มแรก
บางอย่างเป็นประเด็นจุดชนวนความขัดแย้งในตอนหลัง
แสดงว่าคนแต่งวางแผนการดำเนินเรื่องมาอย่างเนียน
ไม่ใช่พอเห็นว่าขายดีก็ยืดเรื่องแล้วด้นสดไปเรื่อยๆ

เช่นในเล่มหลังๆ ตอนที่ชื่อตอนว่า Irie Shouichi part 2
ไอ้เราก็หาตั้งนานว่า part 1 มันอยู่ไหน
ปรากฏว่าต้องย้อนกลับไปเล่ม 2 ตอนที่ 13
ถึงจะเจอชื่อตอน Irie Shouichi ครับพี่น้อง!

 

.....

หลังจากนั้นเนื้อเรื่องก็ดำเนินรอยตามสูตรสำเร็จ
ของการ์ตูนเด็กผู้ชายชื่อดังจากค่าย JUMP เรื่อยมา
โดนเฉพาะเรื่องคาแรคเตอร์พระเอกที่ต้องมีนิสัยรักเพื่อน
ลำดับการรุกรับของฉากบู๊ สนามประลอง
ศัตรูในภาคนี้คือพันธมิตรในภาคหน้า
ขายหน้าตาตัวละครผู้ชาย
และคนวาดก็รู้เห็นเป็นใจให้คนอ่านจิ้นได้ตลอด

แต่ถ้ามันมีดีแค่สูตรสำเร็จ มันคงไม่ดังได้ขนาดนี้
บะหมี่สำเร็จรูป ใครทำรสชาติมันก็อร่อยเหมือนกันหมด
แต่การเอามาม่ามาใส่โน่นปรุงนี่เพิ่มจนอร่อยเด็ด
มันก็ต้องใช้ความสามารถส่วนบุคคลเหมือนกัน

เอาน่า....
มัวแต่มาจับผิดกับเรื่องแบบนี้ ก็ดูอะไรไม่สนุกกันพอดี
เหมือนละครหลังข่าว ที่รู้ทั้งรู้ว่ามันน้ำเน่า
แต่หลายคนก็ชอบดู
ถึงมันจะตลาด แต่อ่านแล้วมันส์เราก็ชอบนะ

เรื่องนี้จะเห็นพัฒนาการของพระเอกชัดเจนมาก
จากไอ้เห่ย งี่เง่า เอาแต่ร้องกรี๊ดวิ่งหนีตลอดเวลา
ตอนแรกเราเกลียดมันมาก แต่ตอนหลังรู้สึกว่า...
ความจริงแล้วมันแค่พยายามจะหลีกหนีความขัดแยังทุกประเภท
ไม่อยากทะเลาะกับใครถ้าไม่จำเป็นจริงๆ
บทจะจริงจังขึ้นมา ก็จะยึดมั่นในอุดมการณ์ของตัวเอง
วิธีเดียวที่จะทำให้มันคิดสู้กับคนอื่นได้ คือต้องขู่ฆ่าเพื่อนมันก่อน
ถ้าเพื่อนมันไม่ตกอยู่ในอันตราย มันจะไม่ยอมสู้เด็ดขาด

นอกจากจะรักเพื่อนแล้ว ซึนะยังเผื่อแผ่ความรักไปให้ศัตรูได้อีก
จนพรรคพวกต้องเตือนสติไม่ให้มันสงสารศัตรูมากนัก
เวลาสู้ มันก็ยังพยายามจะเข้าใจศัตรูของตัวเองว่าทำไมถึงมาทำร้ายมันกับเพื่อน
ไม่ได้เกรียนแตก เอาความแค้นเป็นหลักแล้วลุยไม่ยั้ง
รักแต่เพื่อนตัวเอง แบบกอร์นใน HunterXHunter

เอาเป็นว่าในบรรดาพระเอกการ์ตูนบู๊ที่เราเคยอ่านมา
เราชอบซึนะมากที่สุดแล้ว
(ในเรื่องนี้มีคนอื่นที่เราชอบมากกว่าซึนะนะ)

แล้วก็.......
ที่หนุ่มๆแต่ละคนหล่อลากไส้จนนึกว่าพระเอกมันจะตั้งแก้งค์มาเฟียหรือ Host Club กันแน่
และที่มัน Y กระจายซะขนาดนี้
เพราะคนวาดเป็นผู้หญิงน่ะสิ
ช่วงหลังเริ่มมั่นใจว่าคนวาดรู้เห็นเป็นใจอยากให้คนอ่านจิ้น

ฉบับแปลภาษาไทยของ SIC รู้สึกว่าจะแปลได้ดี
อยากจะอุดหนุนของลิขสิทธิ์เหมือนกันนะ
แต่ตอนจะซื้อในงานสัปดาห์หนังสือมันดันขาดตลาด

............................. 

anime

มาพูดถึง anime บ้าง เท่าที่ดูแบบผ่านๆมา
ภาพสวยใช้ได้ ล่อเข้าไป 80 กว่าตอนแล้วคุณภาพยังไม่ตก
ฉากบู๊ดูโฉบเฉี่ยวอลังการดี เพลง OP กับ ED เพราะหลายเพลง
รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันใกล้จะไล่ทัน manga แล้วนะ

......................

ถอดรหัสลับ

Vongola

G = Giotto
รุ่นที่ 1 หน้าเหมือนพระเอกยังกับแกะ

27 = Sawada Tsunayoshi
น้องทูน่า 'เคะราชินี

 

59 = Gokudera Hayato
จะ'เคะไปไหนคะ เอวเธอบางลงเรื่อยๆ แถมยังชอบใส่เอวต่ำอีก

 

80 = Yamamoto Takeshi

 

18 = Hibari Kyouya
พูดน้อย ต่อยหนัก ดูเหมือนจะใจร้าย แต่มาช่วยทุกครั้งที่ต้องการ
Hibird น่ารักโว้ยยยย....

 

L = Lambo

 


33 = Sasagawa Ryohei

ไอ้ตอนอ่านภาษาอังกฤษมันพูดว่า "to the EXTREME!!!" มันก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษนะ

แต่พอเป็นภาษาไทย มันกลายเป็น "สุดหูรูด!!!" เนี่ย..... ใครคิด!!!

 

84 = Basil

 

Gabaleno
D = Dino

 

Kokuyo
594 = Kokuyo
493/193 = Chikusa

69 = Mukuro
สับปะรด ห