Andersen

The Snow Queen-02(end)

posted on 20 May 2006 00:20 by variola  in Andersen

The Snow Queen (continued)

Hans Christian Andersen


เรื่องที่ห้า แม่เสือน้อย

รถม้าทองคำเป็นที่สะดุดตาของโจรอย่างมาก รถม้าของเกอร์ดาถูกดักปล้น พวกโจรฆ่าคนอื่นๆ ที่เดินทางมากับเธอตายหมด

นางโจรแก่ที่มีเคราวยาวแข็งกระด้าง และคิ้วยาวลงมาปิดตา กำลังฆ่าเธอเพื่อนำมากินเป็นอาหารแต่ลูกสาวของสาวเข้ามาห้ามไว้ได้ทัน เพราะเธอต้องการเก็บเกอร์ดาไว้เป็นเพื่อนเล่นของเธอ

พวกเขาไม่ฆ่าเธอหรอก ถ้าฉันไม่โกรธเธอ

ถึงแม้ฉันจะโกรธเธอ พวกเขาก็ไม่ฆ่าเธอ เพราะฉันจะเป็นคนฆ่าเธอเอง

แม่เสือน้อยยึดรถม้า เสื้อผ้าสวยงาม ถุงมือและรองเท้าไป และพาเกอร์ดาไปยังปราสาทของพวกโจร

เธอมีสัตว์เลี้ยงเป็นฝูงนกพิราบป่าและกวางเรนเดียร์หนึ่งตัว เธอให้เกอร์ดานอนบนฟูกกับเธอ เหนือที่นอนเป็นที่เกาะของนกพิราบ

พวกนกบอกเกอร์ดาว่า

กุ๊ก กรู... พวกเราเห็นเคย์ เขานั่งอยู่บนเลื่อนของราชินีหิมะ

ราชินีหิมะคงจะไปที่แลพแลนด์ ที่ซึ่งมีหิมะและน้ำแข็งตลอดเวลา ลองถามกวางเรนเดียร์ดูสิ

ใช่ เจ้ากวางตอบ ราชินีหิมะมีกระโจมฤดูร้อนอยู่ที่นั่น แต่ฐานที่มั่นของเธอคือปราสาทใกล้ขั้วโลกเหนือบนเกาะที่ชื่อสปิตซ์เบอร์เกน

เช้าวันรุ่งขึ้น เกอร์ดาเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่เสือน้อยฟัง แม่เสือน้อยตกลงช่วยเธอตามหาเคย์

ลูกสาวนางโจรหาโอกาสในช่วงที่แม่ของเธองีบหลับและสั่งให้กวางเรนเดียร์พาเกอร์ดาหนีไป เธอคืนรองเท้าบูทและมอบถุงมือของแม่ให้กับเด็กน้อยเพื่อปกป้องเธอจากความเหน็บหนาว

เกอร์ดาขี่หลังเจ้ากวางและออกเดินทางไกลขึ้นไปทางเหนือจนถึงแลพแลนด์


เรื่องที่หก ผู้หญิงชาวแลพพ์และผู้หญิงชาวฟินน์

กวางเรนเดียร์พาเกอร์ดามาหยุดหน้ากระท่อมเล็กๆอันแสนหนาวเย็นซึ่งไม่มีใครอยู่นอกจากหญิงชราชาวแลพพ์ผู้หนึ่ง

เจ้ากวางเล่าเรื่องของเกอร์ดาให้หญิงชราฟัง นางบอกว่าทั้งคู่ต้องเดินทางอีกหลายร้อยไมล์ไปหาผู้หญิงชาวฟินน์ที่อาศัยอยู่ที่ฟินน์มาร์คซึ่งจะช่วยพวกเขาได้ดีกว่านาง เพราะราชินีหิมะใช้เวลาในช่วงวันหยุดอยู่ที่นั่น

นางเขียนจดหมายลงบนหนังปลาค็อด และมอบให้เกอร์ดานำไปส่งให้กับหญิงชาวฟินน์

เจ้ากวางพาเด็กน้อยวิ่งไปภายใต้แสงเหนือที่ส่องประกายระยิบระยับบนฟ้า

ในที่สุดทั้งคู่ก็มาถึงกระท่อมของผู้หญิงชาวฟินน์ ภายในนั้นร้อนมากจนเด็กน้อยต้องถอดถุงมือและรองเท้าออก

หญิงตัวเล็กมอมแมมโยนหนังปลาลงหม้อซุปหลังจากจำข้อความได้จนขึ้นใจ กวางเรนเดียร์อ้อนวอนให้นางช่วยเกอร์ดาเพราะมันรู้ว่านางฉลาดและมีเวทมนตร์มาก

หนูน้อยเคย์อยู่กับราชินีหิมะอย่างแน่นอน ที่ซึ่งเขาอยู่อย่างสุขสบาย เขาคิดว่าที่นั่นเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกเพาะเศษแก้วซึ่งฝังอยู่ในหัวใจและดวงตาของเขา

หากไม่นำมันออกมา เขาจะไม่มีวันกลับเป็นมนุษย์ได้อีก และราชินีหิมะควบคุมเขาด้วยพลังของเธอ

เจ้ากวางขอร้องให้นางมอบพลังเพื่อใช้ต่อสู้กับราชินีหิมะให้กับเกอร์ดา แต่นางตอบว่า

ฉันไม่สามารถให้พลังที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าที่ตัวเธอมีอยู่แล้ว

เจ้าไม่เห็นหรือว่าทั้งมนุษย์และสัตว์ต่างก็ต้องช่วยเหลือเธอ

และเธอมาไกลเพียงใดในโลกกว้าง ตั้งแต่ที่เธอออกเดินทางด้วยเท้าเปล่า

เธอไม่ต้องการพลังจากเรา

จิตใจของเธอแข็งแกร่งเพราะเธอเป็นเด็กผู้อ่อนหวานไร้เดียงสา

หากเธอไม่สามารถไปหาราชินีหิมะและเอาเศษแก้วเหล่านั้นออกจากตัวของเคย์ด้วยตัวของเธอเองแล้ว พวกเราก็ไม่สามารถช่วยเธอได้

สวนของราชินีหิมะอยู่ห่างออกไปจากที่นี่ราวแปดไมล์

เจ้าพาเธอไปส่งที่นั่นได้แต่ต้องรีบกลับมาทันที

หญิงชาวฟินน์อุ้มเกอร์ดาขึ้นบนหลังกวาง เจ้ากวางออกวิ่งทันทีและวางเธอลงตรงที่หญิงชาวฟินน์บอก

เด็กหญิงตัวน้อยต้องทนต่อความเหน็บหนาวอันทารุณ เพราะเธอลืมถุงมือและรองเท้าไว้ที่บ้านหลังนั้น

เธอวิ่งออกไปเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พายุเกล็ดหิมะโหมกระหน่ำใส่เข้าใส่เธอ แต่พวกมันไม่ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ผืนนภาใสกระจ่างไร้เมฆบดบัง แสงเหนือส่องประกายเจิดจ้า พวกมันโจมตีจากบนพื้นดิน

เกล็ดหิมะรูปร่างเหมือนสัตว์ประหลาดน่าสะพรึงกลัวขยายขนาดขึ้นเมื่อจู่โจมเข้ามาใกล้

พวกมันคือองครักษ์ที่มีชีวิตของราชินีหิมะ

เมื่อเด็กน้อยสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า อากาศหนาวยะเยือกจนลมหายใจของเธอกลายเป็นควัน

หมอกควันนั้นหนาขึ้นและหนาขึ้นจนกลายสภาพเป็นกองทัพเทวทูตสวมหมวกเกราะ มือถือหอกและโล่

เหล่าเทวทูตทำลายเกล็ดหิมะทั้งหมดจนกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย เปิดทางสู่พระราชวังของราชินีหิมะให้กับเธอ

ในที่สุดเกอร์ดาก็มาถึงจุดหมาย เคย์อยู่ใกล้เพียงเอื้อม แต่เขาไม่มีเธออยู่ในหัวใจอีกต่อไปแล้ว


เรื่องที่เจ็ด สิ่งที่เกิดขึ้นในพระราชวังของราชินีหิมะและภายหลังต่อมา

ผนังของวังทำจากลมหิมะ หน้าต่างและประตูคือสายลมบางเฉียบ ห้องโถงนับร้อยรูปร่างเหมือนหิมะกำลังล่องลอย

ห้องที่ใหญ่ที่สุดทอดยาวออกไปหลายไมล์

ทั้งพระราชวังสว่างเรืองรองด้วยแสงเหนือ

ทุกห้องช่างใหญ่โตงดงาม สว่างจ้าระยิบระยับ ทว่าแลดูว่างเปล่า เงียบเหงา เย็นชา ปราศจากความสดใสและรื่นเริง

แสงเหนือกระพริบแวววาวเป็นจังหวะในห้องของราชินีหิมะอันกว้างใหญ่และว่างเปล่า

ณ ใจกลางห้องคือทะเลสาบน้ำแข็ง

แผ่นน้ำแข็งแตกเป็นชิ้นนับพันชิ้นซึ่งแต่ละแผ่นมีรูปร่างเหมือนกัน ราชินีหิมะจะนั่งอยู่กลางทะเลสาบเมื่อเธออยู่บ้าน

เธอเรียกทะเลสาบนี้ว่า กระจกแห่งเหตุผล

ผิวเคย์ตัวน้อยซีดจนกลายเป็นสีน้ำเงินคล้ำ แต่เขาไม่หนาวเพราะจูบของราชินีหิมะทำให้เขาไร้ความรู้สึกและเปลี่ยนหัวใจของเขาให้กลายเป็นน้ำแข็ง

เด็กชายกำลังนำเศษน้ำแข็งมาเรียงต่อกันเป็นตัวอักษรเพื่อสร้างคำต่างๆ แต่เขาไม่อาจสร้างคำคำหนึ่งขึ้นมาได้ คำเดียวเท่านั้นที่เขาต้องการ

นิรันดร

ราชินีหิมะบอกเขาว่า

หากเธอสามารถทำได้ เธอจะเป็นอิสระ และฉันจะมอบโลกทั้งใบกับรองเท้าสเกตคู่ใหม่ให้เธอ

แล้วราชินีก็จากไปเพื่อเดินทางไปสร้างฤดูหนาวในประเทศเขตอบอุ่น

เคย์นั่งขบคิดอย่างโดดเดี่ยวในห้องกว้างใหญ่ แม้จะพยายามสะกดคำนั้นเพียงใดก็ไม่สำเร็จ

ทันใดนั้นเกอร์ดาก็ปรากฏตัว ประตูสายลมที่กรีดแทงยอมสงบนิ่งเปิดทางให้เด็กหญิงเดินเข้ามาในพระราชวัง

เธอจำเขาได้ทันทีและโผเข้ากอดเขา

เคย์ เคย์น้อยที่รัก! ในที่สุดฉันก็พบเธอ

แต่เคย์ยังคงนั่งนิ่งตัวเย็นแข็งอยู่ตรงนั้น

...

...

เกอร์ดาร้องไห้ และเมื่อน้ำตาอุ่นๆหยดลงบนตัวเด็กชาย มันก็ตรงไปยังหัวใจของเขา ละลายก้อนน้ำแข็ง และระเหยเศษกระจกที่ฝังอยู่ในนั้นออกไป เขามองมายังเธอ และเธอก็ร้องเพลง

...

ในหุบเขากุหลาบงามแย้มกลีบบาน จะพบพานพระบุตรน้อยในวัยเยาว์

...

เคย์ร้องไห้ออกมาทันที น้ำตาช่วยพัดพาเศษกระจกอีกชิ้นให้หลุดจากดวงตาของเขา

เขาจำเกอร์ดาได้แล้ว

ทั้งคู่หลั่งน้ำตาด้วยความปลื้มปิติ แม้กระทั่งเศษน้ำแข็งยังลุกขึ้นมาเต้นรำเพื่อแสดงความยินดีจนอ่อนแรงและล้มลงไปเรียงตัวเป็นคำว่า นิรันดร

เกอร์ดาจุมพิตแก้มของเขา ทำให้มันกลับมามีสีชมพูอีกครั้ง เธอจูบตาทั้งสองข้าง ทำให้มันส่องประกายเหมือนของเธอ เธอจูบมือและเท้าทำให้มันหายชาและมีเรี่ยวแรง

ทั้งคู่จูงมือกันเดินออกจากพระราชวัง ทุกที่ที่พวกเขาย่างเท้าไป สายลมจะหยุดนิ่งและพระอาทิตย์จะส่องแสง

กวางเรนเดียร์และคู่ตัวเมียของมันมารับพวกเขากลับไปหาหญิงชาวฟินน์ นางพาทั้งคู่นั่งเลื่อนไปส่งที่บ้านหญิงชาวแลปป์

ขณะที่พวกเขาเดินทางกลับบ้าน ฤดูใบไม้ผลิได้มาเยือนแล้ว นกน้อยตัวแรกเริ่มร้องเพลง ต้นไม้เริ่มผลิยอดใหม่

พวกเขาพบแม่เสือน้อยขี่ม้าผ่านมา เธอตัดสินใจออกจากบ้านเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศทางเหนือ

เกอร์ดาทราบข่าวจากแม่เสือน้อยว่า เจ้าชายกับเจ้าหญิงเดินทางไปต่างประเทศ และเจ้ากาหวานใจต้องเป็นหม้ายเพราะคู่ของมันตายจากไป

พวกเขาเดินจับมือกันมาถึงบ้าน ขึ้นบันไดไปบนห้อง

ที่นั่นทุกสิ่งทุกอย่างยังคงเหมือนกับตอนที่จากมา

แต่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามา พวกเขารับรู้ว่ามีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป

ทั้งคู่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

ดอกกุหลาบยังคงเบ่งบานอยู่นอกหน้าต่าง

ทั้งสองคนออกไปนั่งด้วยกันกลางสวนกุหลาบและจับมือของกันและกัน

คุณย่าของเคย์นั่งอยู่กลางแสงแดดอันอบอุ่นของพระผู้เป็นเจ้าและอ่านข้อความจากพระคัมภีร์ไบเบิลให้พวกเขาฟัง

หากแม้นท่านมิเป็นเช่นเด็กน้อย ท่านจะไม่มีวันได้เข้าสู่อาณาจักรของพระผู้เป็นเจ้า

เคย์และเกอร์ดามองตากัน และในที่สุดพวกเขาก็เข้าใจความหมายของเพลงสวดเก่าแก่ซึ่งร้องว่า

...

ในหุบเขากุหลาบงามแย้มกลีบบาน จะพบพานพระบุตรน้อยในวัยเยาว์

...

พวกเขานั่งอยู่ตรงนั้น เติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่แต่ยังคงเป็นเด็กในจิตใจ

ในฤดูร้อนอันอบอุ่นและงดงาม


The End


แหงะ... เหนื่อย........................

นี่ก็ย่อไปเยอะเหมือนกัน เรื่องเต็มๆไปอ่านได้จากในอินเทอร์เนตนะ

.....

พระบุตรน้อย (Christ Child) หมายถึงพระเยซูตอนเป็นเด็กช่วงหลังเกิดจนถึงอายุ 12

ประวัติของพระเยซูช่วงนี้มันหายไปไม่มีผู้ใดรู้ เป็นช่วงเวลาปริศนาที่คนเอาไปแต่งนิยายมากมาย

บางทฤษฏีบ้ามากถึงขนาดบอกว่า เวลาช่วงอายุก่อน 30 ที่หายไปนั้น

พระเยซูไปบวชศึกษาธรรมของศาสนาพุทธ แล้วเอาคำสอนมาประยุกต์

อ่านเล่นๆ อย่าคิดมาก

ส่วนหุบเขาที่กุหลาบบาน คิดว่าหมายถึงสวนกุหลาบบนหลังคาบ้านเคย์กับเกอร์ดานะ

....

ตอนอ่านครั้งแรกเราชอบเรื่องนี้มาก

รู้สึกว่าคนแต่งจินตนาการบรรเจิดสุดยอด ฉากสวยมากเวลานึกภาพตาม

เหตุผลอีกอย่างคือนิทานของคนนี้มักจะให้ดอกไม้ ต้นไม้ใบหญ้า แสงแดด สายลม ของเล่น ของใช้มีชีวิต พูดคุยกับคนได้เสมอเลย อันนี้เราก็ชอบเพราะรู้สึกว่ามันน่ารักดี

บ้านของพระเอกนางเอกในนิทาน เค้าว่ากันว่าคนแต่งเอาต้นแบบมาจากบ้านเกิดของตัวเองจริงๆน่ะ

....

รู้สึกกันบ้างมั้ยว่า "ราชินีหิมะ" กับ "แม่มดขาว" ในนาร์เนียมันคล้ายๆกัน

เพราะ C.S. Lewis คนแต่งนาร์เนียเค้าได้แรงบันดาลใจมาจากราชินีหิมะของแอนเดอร์สันไงล่ะ

ในเมืองไทยเรื่องนี้ดังสู้เงือกน้อยกับพวกนิทานกริมม์ไม่ได้ ไม่ค่อยมีใครรู้จักเลย สงสัยเพราะดิสนีย์ไม่ได้เอาไปทำเป็นหนังการ์ตูน

แต่ Hallmark เอานิทานเรื่องนี้ไปทำหนังด้วยล่ะ นานแล้วเหมือนกัน รู้สึกว่าช่อง 7 ก็เคยเอามาฉาย

เนื้อเรื่องไม่ค่อยเหมือนต้นฉบับ แต่เราก็ชอบเวอร์ชันหนังนะ มันดูสมเหตุสมผลไปอีกแบบ

ฉากทำออกมาได้สวยมากกกกก มากๆๆๆๆ............

ราชินีหิมะงามโครดดด...

ด้วยความที่ชอบฝังใจอยู่แล้ว พอมาเห็นหนังแล้วยิ่งละลาย

....

ในภาพยนตร์นางเอกเป็นลูกสาวเจ้าของโรงแรมในเมืองเล็กๆแห่งนึง ส่วนพระเอกเป็นเด็กกำพร้า ทำงานเป็นเด็กยกกระเป๋าในโรงแรม ไม่เหมือนต้นฉบับที่จนทั้งคู่

ทั้งสองคนรักกัน แต่พ่อนางเอกคัดค้านเพราะมันเป็นดอกฟ้ากับหมาวัด

อ้อ... ในหนังก็มีดอกกุหลาบเหมือนกัน แต่ลืมไปแล้วว่าพระเอกให้กุหลาบนางเอก หรือนางเอกเป็นคนให้กันแน่

ส่วนรองเท้าที่นางเอกโยนลงแม่น้ำไปเป็นรองเท้าสเกตที่พระเอกเก็บเงินซื้อให้มั้ง (ความทรงจำเลือนลางเต็มที)

สองคนนี้เค้าชอบเล่นสเกตด้วยกันน่ะ ฉากเต้นรำบนลานสเกตโรแมนติกมาก...

Theme ของหนังจะเป็น 4 Seasons

ตอนแรกมีเจ้าหญิงของทั้งสี่ฤดูเป็นพี่น้องกันคอยควบคุมฤดูกาลของโลกให้สมดุล

ต่อมาเจ้าหญิงฤดูหนาว(จำไม่ได้ว่าเป็นพี่ใหญ่หรือน้องเล็ก) เกิดน้อยใจที่ฤดูของตัวเองเงียบเหงากว่าของคนอื่น ไม่มีคนมาเหลียวแล เลยเลื่อนขั้นตัวเองเป็นราชินีหิมะ และคิดจะเอากระจกของปีศาจเหาะขึ้นไปต่อสู้กับพระเจ้าเพื่อให้โลกกลายเป็นฤดูหนาวตลอดกาล แต่ก็สู้พระเจ้าไม่ได้

พระเจ้าบันดาลให้กระจกตกลงมาแตกละเอียดซะก่อน (มั้ง... ดูนานแล้ว จำไม่ค่อยได้)

แล้วเศษกระจกก็แตกกระจายไปทั่ว จนไปฝังเข้าตาของพระเอกนั่นแหละ แต่แค่ชิ้นเดียว

หลังจากนั้นพระเอกก็เข้าโหมด Dark side เหมือนในนิทาน

ราชินีหิมะต้องการเก็บเศษกระจกที่แตกกลับมาต่อกันใหม่ จะได้ไปสู้กับพระเจ้าบนสวรรค์อีกครั้ง เธอจึงเดินทางตามหาเศษกระจกไปทั่วโลกจนมาเจอชิ้นสุดท้ายที่อยู่ในตาพระเอก ด้วยเหตุนี้พระเอกของเราจึงโดนฉกตัวไป

จำได้ลางๆว่านางเอกพยายามออกไปตามหาพระเอก จนเจอเลื่อนของพระเอกตกอยู่ริมน้ำ แล้วนางเอกก็ตกน้ำโดนพัดลอยตุ๊บป่องไปได้ไงก็ไม่รู้ ไม่ได้ไปกับเรือเหมือนต้นฉบับ

หลังจากนั้นนางเอกก็ต้องเดินทางผ่านฤดูกาลทั้งสามเรียงตามลำดับไป เหมือนเวลาผ่านไปเรื่อยๆ

หญิงชราในกระท่อมสวนดอกไม้เป็นเจ้าหญิงฤดูใบไม้ผลิ คนนี้กลายเป็นสาวสวยไม่ใช่คนแก่

เจ้าหญิงในปราสาทเป็นเจ้าหญิงฤดูร้อน คนนี้เป็นสาวจีนด้วยล่ะ ส่วนกากลายเป็นเด็กจีนนักเล่นมายากลในปราสาท ปราสาทก็เป็นพระราชวังฤดูร้อนสไตล์จีน

หัวหน้าโจร แม่ของแม่เสือน้อย เป็นเจ้าหญิงฤดูใบไม้ร่วง ป่าก็เป็นป่าฤดูใบไม้ร่วงด้วย

อีกอย่างที่ต่างกันมากคือราชินีหิมะจับพระเอกมาขังในวังที่ขั้วโลก ซึ่งมันมีหน้าตาเหมือนโรงแรมบ้านของนางเอกเดี๊ยะ แต่โดนแช่แข็งจนน้ำแข็งเกาะเต็ม

ตอนแรกพระเอกก็ยังไม่ลืมนางเอกนะ พยายามจะหนีด้วยแต่ไม่สำเร็จ เพราะมีผู้คุมเป็นหมีโพลาร์สีขาวซึ่งเป็นเจ้าชายที่ถูกราชินีหิมะสาบ ราชินีสั่งให้พระเอกต่อจิ๊กซอว์กระจกให้เสร็จถึงจะปล่อยตัวไป

พอพระเอกนั่งต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อยๆมันก็เริ่มหลอน แล้วก็ความจำเสื่อม เข้า dark side อาการหนักขึ้นเรื่อยๆ แถมยังหลงราชินีหิมะจนลืมนางเอก จนกระทั่งมันต่อจนเกือบเสร็จเหลือชิ้นสุดท้ายในตามันชิ้นเดียว นางเอกก็โผล่มาได้ไงไม่รู้

แล้วทั้งสองคนก็สู้กับราชินีหิมะ แทนที่จะชิ่งหนีตอนราชินีหิมะไม่อยู่เหมือนในนิทาน

สุดท้ายกระจกถูกทำลาย ราชินีหิมะ กลับไปเป็นเจ้าหญิงหิมะเหมือนเดิมแต่ไม่ต้องเหงาอีกแล้วเพราะพี่หมีขั้วโลกที่เป็นเจ้าชายได้กลับร่างเดิมมาอยู่ด้วยกัน ฮิ ฮิ้ววว....

เดาว่าเฮียหมีเป็นคนที่ราชินีหิมะลักพาตัวมาต่อจิ๊กซอว์ก่อนหน้าพระเอก แต่ต่อไม่สำเร็จเพราะชิ้นไม่ครบเลยโดนสาบให้กลายเป็นหมีมั้ง

แต่เฮียแกก็หลงรักราชินีหิมะจริงๆ ถึงได้ไม่ยอมหนีไปไหน พอได้กลับร่างเดิม แถมเจ้าหญิงหิมะก็หมดฤทธิ์ เฮียก็เลยถือโอกาสอุ้มเจ้าหญิงไปซะเลย (-_-!)

อยู่ดีๆวังของราชินีก็กลับเป็นโรงแรมของพ่อนางเอก ทั้งคู่กลับมาบ้านแต่พบว่าโรงแรมถูกปิดเพราะพ่อนางเอกเข้าใจผิดคิดว่านางเอกตกน้ำตาย เลยตรอมใจ ปิดโรงแรมไม่ทำมาหากินขังตัวเองอยู่แต่ในบ้าน

พอนางเอกกลับไปหา พ่อก็เลยหายซึมเศร้ากลับมาเปิดโรงแรมต่อและเริ่มยอมรับพระเอกมากขึ้น

จบ Happy Ending

...


edit @ 2006/05/20 00:21:28